Menu Close

ยู้ลูกชิ้นปลาเยาวราช 
ประเภทสถานที่ : ร้านอาหาร
ประเภทอาหาร : ซื้อกลับบ้าน-ของฝาก, ประเภทเส้น(ก๋วยเตี๋ยว)
ที่อยู่ : 433 ถ.เยาวราช สัมพันธวงศ์ สัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100
โทรศัพท์ : 0897827777
ยู้ลูกชิ้นปลา เยาวราช ร้านก๋วยเตี๋ยวปลาเก่าแก่ที่เปิดขายมานานกว่า 80 ปี จุดเด่นของทางร้านอยู่ที่ลูกชิ้นซึ่งเป็นสูตรลับของทางร้านที่ถ่ายทอดมากว่า 3 รุ่น ทำจากวัตถุดิบชั้นดีจากโรงงานของทางร้าน นอกจากลูกชิ้นปลาแล้วทางร้านยังมีลูกชิ้นกุ้งที่คัดสรรวัตถุดิบที่มีคุณภาพ รสชาติดี เป็นที่ติดใจของลูกค้าทุกเพศทุกวัย ภายในร้านตกแต่งสไตล์โมเดิร์นในโทนสีขาวสบายตา มีอาหารให้เลือกรับประทานหลากหลายเมนู อาทิ เย็นตาโฟ, บะหมี่แห้ง, เกี๊ยมอี๋,เย็นตาโฟ,ฮือก้วย เมนูอาหารว่างอย่าง ขนมจีบหมู, ขนมจีบกุ้ง,ฮะเก๋า, เกี๊ยวเผือกทอด, ลูกชิ้นกุ้ง, ลูกชิ้นปลา ทางร้านยังมีบริการเดลิเวอรี่ฟรีในกรุงเทพฯ และบริการรับจัดเลี้ยงอีกด้วย มาหาเรา คลิก!!

 

ปฐมบทลูกชิ้นขี่คอ สู่ปัจฉิมบท ” YOO FISHBALL”

เมื่อย่างก้าวเข้าสู่ย่านเยาวราชสิ่งแรกที่หลายคนนึกถึงอาจเป็นทองคำ ด้วยชื่อเสียงที่ดังกระฉ่อนไปทั่ว โดยหารู้ไม่ว่านอกจากทองคำแล้วยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่มีคุณค่าทัดเทียมดั่งทอง และยังเป็นของเด็ดลือชื่อยิ่งนักในย่านเยาวราชแห่งนี้ นั่นก็คือ

“ลูกชิ้นปลาเยาวราช”

ปิดตำนาน “ลูกชิ้นขี่คอ”

ดร.เกยูร โชคล้ำเลิศ ทายาทรุ่นที่ 3 ของลูกชิ้นปลาชื่อดังได้เล่าย้อนไปเมื่อช่วง 80 ปีก่อน ที่ตาของเธอเริ่มต้นจากการขายก๋วยเตี๋ยวปลาลูกชิ้นปั้นสด กระทั่งมาในสมัยพ่อแม่ของเธอนอกจากขายก๋วยเตี๋ยวแล้ว ยังนำลูกชิ้นปลามาแยกขายด้วย โดยใช้ชื่อว่า “อึ้งเป็งชุง” ด้วยรสชาติที่ถูกปากของลูกค้าทุกคนที่ได้แวะเวียนมาชิม กลายเป็นปากต่อปากกระจายออกไปในวงกว้าง ผู้คนมากมายจึงหลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสายทำให้ร้านแน่นขนัดทุกวัน จนลูกค้าตั้งฉายาให้ว่า “ลูกชิ้นขี่คอ”แม้แต่ร้านก๋วยเตี๋ยวในเยาวราชหลายแห่งยังต้องสั่งลูกชิ้นปลาของเธอไปใส่ในก๋วยเตี๋ยวด้วย

แตกหน่อ “ อึ้งเป็งชุง”

จากวิชาที่ร่ำเรียนมาทางด้านสายการตลาด ทำให้คุณเกยูรมีแนวคิดที่จะขยายตลาดออกไปสู่ไฮเปอร์มาร์เก็ต แต่โจทย์ใหญ่คือลูกชิ้นปลามีอายุเพียง 3-7 วันเท่านั้น ซึ่งวิธียืดอายุแบบที่ทำอยู่นั้นเป็นการบรรจุลงในถุงสุญญากาศทำให้ลูกชิ้นเก็บได้เกือบหนึ่งเดือน แต่เธอเองอยากจะเพิ่มให้นานขึ้นอีก จึงได้นำลูกชิ้นไปวิจัยที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งในวันนั้นเธอไม่คาดคิดเลยว่าจะกลายเป็นจุดเริ่มต้นแบรนด์ใหม่ของเธอที่แตกหน่อต่อยอดจากลูกชิ้นขี่คอ

ลูกชื้นปลาแบรนด์ใหม่ถือกำเนิด

“คอลลาเจน” เป็นสิ่งที่ค้นพบในการนำลูกชิ้นปลาไปวิจัยในครั้งนั้น คุณเกยูรพบว่าลูกชิ้นหนึ่งลูกมีปริมาณคอลลาเจนกว่า 500 มิลลิกรัม แต่ในเวลานั้นเธอยังไม่ได้คิดว่าจะนำมาทำอะไร กระทั่งได้เรียนต่อปริญญาเอก และเริ่มรู้สึกอยากมีธุรกิจเป็นของตนเอง จึงเริ่มนำเรื่องนี้มาทบทวนอีกครั้ง พร้อมกับบอกตัวเองว่าเวลานี้มีวัตถุดิบที่เยี่ยมยอดอยู่แล้วคุณเกยูรเริ่มต้นจากการทำสำรวจชื่อ “อึ้งเป็งชุง” พบว่าลูกค้าเดิมๆล้วนจำได้ทั้งหมด แต่ในความคิดของเธอเองรู้สึกว่าหากเป็นกลุ่มวัยรุ่นชื่อนี้คงจำยาก จึงคิดชื่อใหม่ขึ้น หลังนั่นคิดนอนคิดอยู่สักระยะ ในที่สุดก็คลอดออกมาเป็น “Yoo Fishball” ซึ่ง “Yoo หรือ ยู้” นั้น เอามาจากชื่อเล่นของเธอนั่นเอง

ใส่ไอเดีย สร้างความต่างให้ “Yoo Fishball”

เมื่อได้แบรนด์ที่โดนใจแล้ว การบ้านชิ้นต่อไป คือการหาจุดแตกต่างจากแบรนด์ต้นตำรับ “อึ้งเป็งชุง” ที่เยี่ยมยอดอยู่แล้ว “แพ็กเกจจิ้ง” จึงเป็นความต่างอย่างแรกที่เห็นชัดที่สุด ต่อมาคือ “คอลลาเจน” ที่คุณเกยูรเพิ่มลงไปในลูกชิ้นปลาของเธอและยังเพิ่มวัตถุดิบที่เกี่ยวกับสุขภาพเข้าไปด้วย เพื่อให้กลายเป็นจุดขายที่ต่างจากต้นตำรับ เรียกได้ว่าทั้งสองแบรนด์จะมีจุดเด่นคนละแบบกันนอกจากสูตรที่มีการพัฒนาเพิ่มแล้ว ทำให้คุณเกยูรได้แยกออกมาเปิดร้านเป็นของตนเองด้วย ซึ่งแม้ในใจลึกๆของเธอยังคงมีความกังวลอยู่บ้างว่าจะเสียชื่อ“อึ้งเป็งชุง”หรือเปล่าเพราะว่าแบรนด์นี้เดินมาได้อย่างเข้มแข็งยาวนานกว่า 80 ปี แต่เธอก็ตัดสินใจขอพ่อแม่ว่าจะลองทำดูเพียงลำพัง

1 ปี 3 เดือน กับรอยยิ้มแห่งความภาคภูมิ

 จากจุดเริ่มต้นในเดือนกันยายน 2553 จนมาถึงวันนี้ เจ้าของกิจการ Yoo Fishball วัย 26 ปี กำลังเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผลตอบรับที่เข้ามาดีมากมีคนเข้าร้านไม่ขาดสาย จนต้องเปิดสาขาเพิ่มซึ่งถึงวันนี้หากรวมกับร้าน “อึ้งเป็งชุง” ด้วย ก็มี 4 แห่งแล้ว เพราะแม้คุณเกยูรจะแยกออกมาทำร้านของตัวเอง แต่ได้เข้าไปดูแลร้านซึ่งเป็นผู้ให้กำเนิดแบรนด์ใหม่ของเธอด้วย  ณ วันนี้ ถือได้ว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีกับ Yoo Fishball แต่เธอเองคงไม่หยุดอยู่เพียงเท่านี้ เพราะกำลังเตรียมขยายตลาดไปสู่ระดับพรีเมี่ยม เพื่อจับกลุ่มลูกค้าวัยรุ่น และนำแบรนด์ “อึ้งเป็งชุง” เข้าสู่ตลาดระดับกลางตามห้างคอนวีเนียนสโตร์ เพื่อให้ทั้ง 2 แบรนด์เดินหน้าไปพร้อมๆกัน

ปรับระบบ…เพื่อรองรับอนาคต

สำหรับในร้านของเธอเองนั้น คุณเกยูรกำลังศึกษาเพื่อนำระบบ “Self-Service” หรือบริการตัวเองเข้ามาใช้ แม้ว่าการบริการในร้านถือว่ารวดเร็วเป็นที่น่าพอใจ แต่บางครั้งเวลาลูกค้าเข้าร้านเป็นจำนวนมากๆ ก็บริการได้ไม่ทันเช่นกัน
ฉะนั้น จึงอยากนำระบบนี้เข้ามา โดยให้ลูกค้าเดินเข้ามาเลือกเมนูอาหาร สั่งอาหาร จ่ายเงิน และนั่งรอรับอาหาร ซึ่งขณะนี้กำลังวางระบบเมนูอาหาร และใช้อุตสาหกรรมเทคโนโลยีเข้ามาช่วยให้การบริการเร็วขึ้น ซึ่งเป็นอีกช่องทางของการเพิ่มยอดขายด้วย ดังนั้นการพัฒนาธุรกิจไปทางนี้ก็มีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จ และมองว่าก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาอร่อยไม่แพ้อาหารฟาสฟู๊ดของต่างประเทศ ธุรกิจแบรนด์ไทยเองก็น่าจะเติบโตได้ดีเช่นเดียวกันกับแบรนด์ต่างชาติ นอกจากนี้ คุณเกยูรยังเตรียมขยายสาขาเพิ่มขึ้นอีก เพราะเวลานี้มีบริการส่งถึงบ้าน ซึ่งหากมีสาขาเพิ่มลูกค้าก็จะได้ลูกชิ้นปลาที่ยังร้อน และจะยังคงรสชาติเหมือนได้ทานที่ร้าน

 

โอกาสลอยอยู่ในอากาศ รอบตัวเราตลอดเวลา เพียงแต่ว่า เราจะเห็นและตั้งใจหยิบมาใช้” 

ดร.เกยูร โชคล้ำเลิศ